ธรรมะ 4 ประการ โดย พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี

Spread the love
h6a45660.jpg

1. อย่าเป็นนักจับผิด

คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง

” กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก ” คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส ” จิตประภัสสร “

ฉะนั้น “จงมองคน มองโลกในแง่ดี แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข “

2. อย่ามัวแต่คิดริษยา

” แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน ” คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา

คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า ” เจ้ากรรมนายเวร ” ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้องถอดถอนความริษยา

ออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น ” ไฟสุมขอน ” ( ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน เราสามารถถอดถอน

ความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี ” แผ่เมตตา ” หรือ ซื้อโคมมาแล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป

3. อย่าเสียเวลากับความหลัง

90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ ” ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น ” มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก

เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไป ด้วยความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ

” อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน ” อยู่กับปัจจุบันให้เป็น ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี “สติ”

กำกับตลอดเวลา

4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ

“ตัณหา” ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่ม

ด้วยเชื้อธรรมชาติของตัณหา คือ “ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม” ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น

คุณค่าที่แท้ของนาฬิกาคืออะไร คือไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้ใส่เพื่อความโก้หรูคุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือคืออะไร

คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์ เราต้องถามตัวเองว่า ‘เิกิดมาทำไม’

คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน ตามหา “แก่น” ของชีวิตให้เจอ คำว่า “พอดี” คือ

ถ้า “พอ” แล้วจะ “ดี” รู้จัก “พอ จะมีชีวิต อย่างมีความสุข…